การเลือกประเภทรถรับจ้างขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ประเภทของสินค้า ขนาด น้ำหนัก ไปจนถึงความเร่งด่วนในการขนส่ง เราจะพาคุณไปดูว่ารถรับจ้างมีอะไรบ้าง ควรเลือกแบบไหนดีถึงจะตอบโจทย์ความต้องการ
รถรับจ้างขนส่งมีกี่ประเภท
หากแบ่งประเภทของรถรับจ้างขนส่งที่มีให้บริการในปัจจุบัน หลัก ๆ มีด้วยกันทั้งหมด 6 ประเภท ได้แก่
1. มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งของ
มอเตอร์ไซค์เหมาะกับการขนส่งพัสดุที่มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม เช่น เอกสาร ซองจดหมาย อาหาร และของสดที่ต้องการความรวดเร็ว แต่จะไม่เหมาะกับพัสดุขนาดใหญ่ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านพื้นที่
ระยะเวลาการขนส่ง: โดยทั่วไปจะใช้เวลาขนส่งจากต้นทางถึงปลายทางภายใน 1 – 2 ชั่วโมง (เหมาะกับระยะทางใกล้)
2. รถกระบะขนของ (หลังคาตู้ทึบ / กระบะเปิด)
รถกระบะเหมาะกับการขนส่งพัสดุที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ น้ำหนักเฉลี่ยเริ่มต้น 10 – 1,000 กิโลกรัม ตัวอย่างพัสดุ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ของสดที่ต้องเก็บความเย็น หรือถ้าต้องการย้ายของกรณีย้ายบ้าน ก็สามารถเลือกใช้รถกระบะได้เช่นเดียวกัน
ระยะเวลาการขนส่ง: โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 1 วัน (กรุงเทพฯ – เชียงใหม่) ประมาณ 6 – 10 ชั่วโมง
3. รถ 6 ล้อรับจ้าง
รถ 6 ล้อรับจ้างเหมาะกับการขนส่งพัสดุจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ น้ำหนักเริ่มต้นตั้งแต่ 1 – 6 ตัน ตัวอย่างพัสดุ เช่น วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร หรือถ้าต้องการย้ายของกรณีย้ายบ้านในปริมาณมาก ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ
ระยะเวลาการขนส่ง: โดยทั่วไปจะเฉลี่ยที่ประมาณ 1 วัน (กรุงเทพ – เชียงใหม่) 8 – 12 ชั่วโมง
4. รถ 10 ล้อรับจ้าง
รถ 10 ล้อรับจ้างเหมาะกับการขนส่งพัสดุที่มีขนาดใหญ่ (น้ำหนักมากเกิน 6 ตันและปริมาณมาก) เช่น สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร ตู้คอนเทนเนอร์
ระยะเวลาการขนส่ง: โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 – 2 วัน (ขึ้นอยู่กับระยะทาง)
5. รถพ่วง / รถเทเลอร์
รถพ่วงและรถเทเลอร์เหมาะกับการขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมาก 10 – 30 ตันขึ้นไป ตัวอย่างพัสดุ เช่น ตู้คอนเทนเนอร์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรกลหนัก
ระยะเวลาการขนส่ง: โดยเฉลี่ย 1 – 3 วัน (ขึ้นอยู่กับระยะทาง)
6. รถทัวร์ / รถโดยสารขนส่งพัสดุ
รถทัวร์หรือรถโดยสารขนส่งพัสดุจะเหมาะสำหรับพัสดุขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการส่งด่วน ตัวอย่างพัสดุ เช่น ของสด อาหาร ขนม
ระยะเวลาการขนส่ง: เฉลี่ย 1 วัน
แล้วบริการรถรับจ้างคิดค่าส่งยังไง
สำหรับวิธีการคำนวณค่าส่งรถรับจ้าง จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ระยะทางการขนส่ง มีการคิดอัตราค่าบริการต่อกิโลเมตร เช่น 10 – 30 บาทต่อกิโลเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทรถ
- ประเภทของรถที่ใช้ มีการคิดราคาตามประเภทรถ เช่น รถกระบะรับจ้าง ค่าขนส่งเฉลี่ย 500 – 3,000 บาทต่อเที่ยว รถ 6 ล้อรับจ้าง ค่าขนส่งเฉลี่ย 3,000 – 10,000 บาทต่อเที่ยว
สรุปได้ว่ารถรับจ้างขนส่งหลัก ๆ อยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับการขนส่งพัสดุแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้า ขนาด น้ำหนัก และความเร่งด่วนในการส่งนั่นเอง
